อาการ FOMO (Fear of Missing Out) หรือ โรคกลัวตกกระแสสังคม รับมือยังไง!

หลายคนอาจจะชอบเลื่อนๆไถๆ ตามหน้าฟีดเฟซบุ๊ก หรือ ส่องชีวิตเพื่อน ๆ ทาง Instagram ว่าตามตรงก็อาจเริ่มตั้งแต่ตื่นจนถึงก่อนเข้านอนเลยด้วยซ้ำ ยิ่งดู ก็ยิ่งติด! เอาล่ะสิทีนี้อาการ FOMO หรือ โรคกลัวตกกระแสสังคม จะถามหาเรามั้ย? สาเหตุและอาการเป็นอย่างไร รับมือยังไงดี จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

สาเหตุและอาการของโรคกลัวตกกระแสสังคม หรือ FOMO (Fear of Missing Out)

การเกาะติดสถานการณ์ต่างๆแบบเรียลไทม์ ว่าใครกำลังทำอะไร ที่ไหน ตามเทรนด์ใหม่ๆอยู่เสมอ พอได้ยินเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็พร้อมพุ่งเข้าไปเช็คโลกรอบตัวทั้ง Line , Facebook , Twitter และ Instagram จนเล่นเพลินมากกว่าวันละ 4 ชั่วโมงต่อวัน

แพทย์วิเคราะห์แล้วว่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ และก่อให้เกิดอาการโฟโม่ (FOMO :Fear Of Missing Out) หรือ โรคกลัวตกกระแส ที่ชอบคิดไปเองว่าตนจะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม จนรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย และกระสับกระส่ายเมื่อพลาดข่าวสารจนรู้ช้ากว่าคนอื่น

คนที่เข้าข่ายยังชอบแชร์ทุกเรื่องของตนลงสื่อโซเชี่ยลและสนใจจำนวนคนที่มากดไลค์ และถึงกับชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งจะตามมาด้วยความเครียดสะสมและอาจถึงกับเป็นภาวะโรคซึมเศร้าได้

วิธีรับมือและสู้ต่ออย่างกล้าหาญ

ควรละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ แท็บแล็ต และเอาตัวเองออกจากสื่อโซเชี่ยลบ้าง เพราะถึงจะเป็นช่องทางในการหาเงินสำหรับบางท่าน แต่ไหนจะแสงสีฟ้าที่ก่อปัญหาด้านสายตา คอมเมนต์ที่ก่อกวนอารมณ์จนรู้สึกหงุดหงิด หากใช้เวลากับมันเกิน 2 ชั่วโมงแล้ว ก็ต้องพักบ้างสัก 10-20 นาที

สำคัญคือการยอมรับว่าตนกำลังติดสื่อโซเชี่ยล ก่อนที่จะสร้างปัญหาหนักควรเปลี่ยนเป็นงานอดิเรกใหม่ๆ ใช้เวลาไปกับกีฬาหรือการออกกำลังกาย เช่น เซิร์ฟสเกตสุดเท่ห์ สเกตบอร์ดสุดแนว หรือ คอร์สเรียนออนไลน์เพื่อนำทักษะไปต่อยอดในชีวิต ถึงจะเป็นการใช้เวลาในแต่ละวันไปอย่างคุ้มค่าและกล้าหาญค่ะ

….ลองกลับมามองโลกแห่งความจริงมากขึ้น ให้เวลากับครอบครัวและดึงตัวเองออกจากสื่อโซเชี่ยล ก็จะพบความสุขและทิ้งอาการ FOMO ก่อนที่จะลุกลามไปกว่านี้ แต่หากยังรู้สึกว่าหนักเกินกว่าที่จะรับมือไหว ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก็เป็นทางออกที่ดีเพื่อจะหายได้อย่างเป็นปลิดทิ้งค่ะ

Photo by Tim Mossholder on Unsplash