ข้อดี-ข้อเสีย ของการลดน้ำหนักแบบ IF (Intermittent Fasting) เวิร์คจริงมั้ยสำหรับเรา?

IF หรือ Intermittent Fasting เป็นเทรนด์ยอดนิยมสำหรับสาวๆ หนุ่มๆ ที่อยากฟิตหุ่น  ต้องการลดน้ำหนัก หรือ  เปลี่ยนแปลงรูปร่าง มาทำความเข้าใจกันดูซิว่า IF ซึ่งเป็นที่พูดถึงบ่อยๆ จะเหมาะกับ Lifestyle ของคุณรึป่าว?!

..แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แอบจะคล้ายกับบางวัฒนธรรม-ความเชื่อทางศาสนา เช่น การถือศีลอดในช่วงเดือนเราะมะฎอนของชาวมุสลิม หรือ การฉันอาหารของพระสงฆ์แบบชาวพุทธค่ะ

กิน IF คือ? 

IF เป็นวิธีการลดน้ำหนักที่คิดค้นโดยทีมแพทย์ จากลักษณะการกินอาหาร-อดอาหารแบบเป็นช่วงเวลา คือ ช่วงเวลาการกิน (Feeding) ที่สามารถทานได้ทุกอย่าง คำนึงถึงสารอาหารและประโยชน์ที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ กับ ช่วงเวลาอดให้ร่างกายหยุดรับอาหาร (Fasting) ทานได้แค่น้ำเปล่า , ชา ,กาแฟ และ เครื่องดื่มแบบแคลอรี่ต่ำ

ทำ IF แบบต่างๆ

  1. Lean gains หรือ 16/8 คือ มีช่วงเวลาการกิน 8 ชั่วโมง และเวลาการอด 16 ชั่วโมง เป็นที่นิยม และเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
  2. Fast Five หรือ 19/5 คือมีช่วงเวลาการกิน 5 ชั่วโมง และเวลาการอดถึง 19 ชั่วโมง จึงค่อนข้างเป็นวิธีที่หักดิบขึ้นมา 
  3. Eat Stop Eat คือ ช่วงเวลาการอดแบบ 1 วันเต็มๆ แต่ทำได้แค่ 1- 2 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น 
  4. 5:2 จะเป็นการกินอาหารแบบควบคุมพลังงาน  5 วัน/สัปดาห์ ควบคุมให้ได้รับพลังงานจากอาหารแค่ประมาณ 500-600 kcal (1/4 ของแคลอรี่ที่ทานได้ต่อวัน)
  5. Warrior Diet คือ ช่วงกลางวันจะทานได้แค่น้ำเปล่า ส่วนมื้อค่ำสามารถรับประทานอาหารมื้อหนักได้มื้อเดียวเท่านั้น ระยะเวลาการอด (Fasting) จึงกินเวลา 19-20 ชม.
  6. ADF (Alternate Day Fasting) คือ การอดแบบวันเว้นวัน ที่ค่อนข้างหนักและหักโหมเลยทีเดียว 

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี : เห็นผลความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายนำไขมันที่ถูกสะสมอยู่ออกมาใช้เป็นพลังงานในช่วงเวลาที่ท้องว่าง และยังเป็นวิธีที่ช่วยจำกัดเวลาในการกินสำหรับคนที่ชอบทานมื้อจุบจิบ 

ข้อเสีย : ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องทานอาหารครบสามมื้อ , รู้สึกโหย-อยากอาหารมาก ซึ่งถ้าขาดการควบคุมอาจจะทานมากกว่าปกติ , เกิดความเครียด , นอนหลับไม่สนิท , ร่างกายขาดสารอาหาร หรือ สูญเสียกล้ามเนื้อมาก 

IF จะเวิร์คจริงไหม เหมาะกับเรารึป่าว? หากน้ำหนักลดลงแล้ว ทำให้มีสุขภาพดีขึ้นมันก็ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าวิธีนี้จะเหมาะกับทุกคน เพราะสภาพร่างกายเราไม่เหมือนกัน  จึงควรเลือกรูปแบบ/เช็คสภาพร่างกายให้ดีก่อนเสมอ ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำ IF เลยก็ได้ เพื่อวิธีและระยะเวลาที่เหมาะที่สุดจ้า

Photo by Thought Catalog on Unsplash